การแข่งขันเซปักตะกร้อประเภทเรกูใช้ผู้เล่นฝั่งละ 3 คน โดยแต่ละคนมีบทบาทที่ชัดเจนและแตกต่างกัน บทความนี้จะอธิบายตำแหน่งผู้เล่นตะกร้อทั้ง 3 ตำแหน่ง ได้แก่ เตกรอง ฟีดเดอร์ และสไตรเกอร์ ว่าแต่ละตำแหน่งทำหน้าที่อะไรบ้าง พร้อมวิธีเล่นเบื้องต้นที่ผู้เริ่มต้นสามารถนำไปฝึกได้จริง
ตำแหน่งผู้เล่นตะกร้อมีกี่ตำแหน่ง
ในการแข่งขันแบบเรกู (Regu) ตามกติกาของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ผู้เล่นแต่ละทีมลงสนาม 3 คน แบ่งเป็น 3 ตำแหน่งหลัก คือ เตกรอง (Tekong) ฟีดเดอร์ (Feeder) และสไตรเกอร์ (Striker) ทั้งสามตำแหน่งต้องประสานงานกันตลอดเกมเพราะกติกาห้ามใช้มือและแขนสัมผัสลูกระหว่างเล่น
นอกจากประเภทเรกูแล้ว ตะกร้อข้ามตาข่ายยังมีการแข่งขันประเภทคู่ (Double Regu) ที่ใช้ผู้เล่น 2 คน และประเภทควอดแรนต์ (Quadrant) ที่ใช้ผู้เล่น 4 คน ผู้ที่สนใจรูปแบบการแข่งขันเพิ่มเติมสามารถอ่านบทความเรื่องตะกร้อมีกี่ประเภทเพื่อดูความแตกต่างของแต่ละประเภทได้
ประเด็นสำคัญ
- เตกรอง (Tekong) คือผู้เสิร์ฟประจำทีม ยืนอยู่ในวงกลมเสิร์ฟด้านหลังสนาม
- ฟีดเดอร์ (Feeder) คือผู้ส่งลูกเสิร์ฟและเลี้ยงลูกตั้งเกมอยู่หน้าตาข่าย
- สไตรเกอร์ (Striker) คือผู้โจมตีตัวจบสกอร์ด้วยท่าเตะเหนือตัว
- กติกาห้ามใช้มือและแขนสัมผัสลูกระหว่างเล่น ยกเว้นฟีดเดอร์ขณะส่งลูกให้เตกรองเสิร์ฟ
เตกรอง (Tekong) ตำแหน่งผู้เสิร์ฟ
เตกรอง หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าผู้เล่นตำแหน่ง “หลัง” คือผู้เสิร์ฟประจำทีม ยืนอยู่ในวงกลมเสิร์ฟรัศมี 30 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นหลังสนาม 2.45 เมตร ตามขนาดมาตรฐานของสนามตะกร้อ
หน้าที่ของเตกรอง
หน้าที่หลักของเตกรองคือเตะลูกเสิร์ฟข้ามตาข่ายไปยังแดนคู่แข่งให้ยากที่สุด โดยรับลูกที่ฟีดเดอร์ส่งมาด้วยมือแล้วใช้เท้าเตะออกไป เตกรองที่เสิร์ฟแรงและแม่นยำสามารถทำแต้มจากการเสิร์ฟได้โดยตรง
ขณะเสิร์ฟ เตกรองต้องวางเท้าหลัก (เท้าที่ไม่ได้ใช้เตะ) ไว้ภายในวงกลมเสิร์ฟ กติกาที่สมาคมกีฬาเซปักตะกร้อแห่งประเทศไทยประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 ระบุว่าเท้าหลักสัมผัสเส้นวงกลมได้ แต่ห้ามยกหลุดจากพื้นหรือออกนอกเส้นวงกลมทั้งเท้าก่อนที่เท้าเตะจะสัมผัสลูก มิฉะนั้นถือว่าผิดกติกา
หลังเสิร์ฟเสร็จ เตกรองจะถอยไปประจำเกมรับด้านหลังของแดน รับผิดชอบลูกเสิร์ฟและลูกโจมตีของคู่แข่งที่ทะลุมาถึงแดนหลัง จึงต้องเป็นคนที่รับลูกด้วยหลังเท้าและหน้าขาได้นิ่ง
วิธีเล่นตำแหน่งเตกรอง
- วางเท้าหลักไว้ภายในวงกลมเสิร์ฟและยืนทรงตัวให้มั่นคงก่อนเสมอ
- รอฟีดเดอร์ส่งลูกด้วยมือมาที่จุดเหนือศีรษะในระดับที่ถนัดเตะ
- ใช้หลังเท้าหรือหน้าแข้งเตะลูกพุ่งข้ามตาข่ายไปยังจุดอ่อนของคู่แข่ง เช่น มุมลึกของแดนหลัง
- เมื่อเสิร์ฟแล้วให้รีบถอยกลับไปประจำตำแหน่งเกมรับทันที
เตกรองที่ดีต้องฝึกการเสิร์ฟให้เปลี่ยนทิศทางและน้ำหนักได้หลากหลาย เช่น เสิร์ฟลูกลอยสูงไปแดนหลังสลับกับลูกพุ่งเรียด เพื่อทำให้ฝ่ายรับคาดเดาไม่ได้
ฟีดเดอร์ (Feeder) ตำแหน่งผู้เลี้ยงลูก
ฟีดเดอร์ หรือผู้เล่นตำแหน่ง “หน้า” เป็นผู้ส่งลูกด้วยมือให้เตกรองในจังหวะเสิร์ฟ และเป็นตัวตั้งเกมรุกระหว่างแรลลี โดยปกติจะยืนอยู่บริเวณเสี้ยววงกลมหน้าตาข่ายซึ่งมีรัศมี 90 เซนติเมตร ฟีดเดอร์คือผู้เล่นคนเดียวในทีมที่ใช้มือสัมผัสลูกได้ แต่เฉพาะตอนส่งลูกให้เตกรองเสิร์ฟเท่านั้น
หน้าที่ของฟีดเดอร์
หน้าที่แรกคือการรับลูกแรก (First Ball) จากการเสิร์ฟหรือการโจมตีของคู่แข่ง โดยควบคุมลูกด้วยเท้า เข่า หน้าอก หรือศีรษะให้ลูกตั้งขึ้นกลางสนาม จากนั้นจึงเลี้ยงลูกขึ้นให้สไตรเกอร์กระโดดโจมตี
หน้าที่ที่สองคือการอ่านเกมและเลือกจังหวะจ่ายลูก ฟีดเดอร์ต้องตัดสินใจว่าจะเลี้ยงลูกให้สไตรเกอร์ฝั่งใด หรือสับขาหลอกด้วยการโจมตีเอง เพื่อดึงตัวบล็อกของคู่แข่งออกจากจุดที่ต้องการ
วิธีเล่นตำแหน่งฟีดเดอร์
- ฝึกรับลูกเสิร์ฟด้วยหลังเท้าและหน้าขาให้ลูกตั้งขึ้นบริเวณกลางสนามทุกครั้ง
- ฝึกโยงลูกด้วยเท้าหรือเข่าให้ตรงจุดที่สไตรเกอร์ถนัดโจมตีที่สุด
- สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมทุกจังหวะเพื่อแบ่งพื้นที่รับผิดชอบไม่ให้ซ้อนกัน
ลูกเลี้ยงที่ดีควรลอยขึ้นสูงพ้นระดับตาข่ายเล็กน้อย ซึ่งความสูงเน็ตตะกร้อบริเวณกึ่งกลางอยู่ที่ 1.52 เมตรสำหรับทีมชาย และ 1.42 เมตรสำหรับทีมหญิง เพื่อให้สไตรเกอร์กระโดดเตะลูกข้ามไปได้เต็มแรง
สไตรเกอร์ (Striker) ตำแหน่งผู้โจมตี
สไตรเกอร์ หรือที่หลายคนเรียกว่า “คิลเลอร์” (Killer) คือตัวทำคะแนนหลักของทีม ผู้เล่นตำแหน่งนี้ต้องกระโดดสูงและมีทักษะท่าเตะโจมตีหลากหลาย เพื่อเตะลูกที่ฟีดเดอร์เลี้ยงขึ้นมาให้ลงในแดนคู่แข่ง
หน้าที่ของสไตรเกอร์
หน้าที่หลักคือโจมตีด้วยท่าเตะเหนือตัว เช่น ลูกตะบัน (Roll Spike) ซึ่งเป็นการกระโดดหมุนตัวเตะลูกด้วยหลังเท้าเหนือศีรษะคล้ายท่าลูกยิงจักรยานอากาศ และลูกเตะกรรชาย (Sunback Spike) ซึ่งเป็นการง้างขาเตะด้วยส้นเท้ากลับไปด้านหลังเหนือศีรษะ ทั้งสองท่าต้องอาศัยพละกำลังและจังหวะการกระโดดที่แม่นยำ
นอกจากเกมรุก สไตรเกอร์ยังมีหน้าที่บล็อกลูกโจมตีของคู่แข่งบริเวณตาข่ายด้วยร่างกาย ผู้ที่สนใจพื้นฐานการเตะสามารถศึกษาท่าเตะตะกร้อก่อนแล้วค่อยขยับไปฝึกท่าโจมตีที่ซับซ้อนขึ้น
วิธีเล่นตำแหน่งสไตรเกอร์
- ฝึกการกระโดดและจับจังหวะลูกเลี้ยงให้เตะได้ที่จุดสูงสุดของการกระโดด
- ฝึกท่าโจมตีทีละท่า เริ่มจากลูกเตะพื้นฐานก่อนขยับไปสู่ลูกตะบันและลูกกรรชาย
- เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและแกนกลางลำตัวเพื่อการหมุนตัวที่ปลอดภัย
ผู้เล่นตำแหน่งสไตรเกอร์มีความเสี่ยงบาดเจ็บสูงกว่าตำแหน่งอื่นเพราะต้องกระโดดและหมุนตัวกลางอากาศบ่อยครั้ง จึงควรวอร์มอัพให้เพียงพอและฝึกท่าลงตัวอย่างถูกวิธี
เปรียบเทียบบทบาทของตำแหน่งผู้เล่นตะกร้อทั้งสาม
ตารางต่อไปนี้สรุปความแตกต่างของตำแหน่งผู้เล่นตะกร้อแต่ละตำแหน่ง ทั้งในด้านบทบาทหลัก จุดยืนขณะเสิร์ฟ และทักษะที่จำเป็น
ตารางเปรียบเทียบตำแหน่ง
| ตำแหน่ง | บทบาทหลัก | จุดยืนขณะเสิร์ฟ | ทักษะสำคัญ |
|---|---|---|---|
| เตกรอง (Tekong) | เสิร์ฟและรับลูกแดนหลัง | วงกลมเสิร์ฟรัศมี 30 เซนติเมตร | การเสิร์ฟที่แม่นยำและทรงพลัง |
| ฟีดเดอร์ (Feeder) | ส่งลูกเสิร์ฟและเลี้ยงลูกตั้งเกม | เสี้ยววงกลมหน้าตาข่ายรัศมี 90 เซนติเมตร | การรับลูกแรกและการจ่ายลูก |
| สไตรเกอร์ (Striker) | โจมตีและบล็อกหน้าตาข่าย | เสี้ยววงกลมหน้าตาข่ายรัศมี 90 เซนติเมตร | การกระโดดและท่าเตะโจมตี |
จากตารางจะเห็นว่าทั้งสามตำแหน่งมีหน้าที่ต่างกันชัดเจนแต่ต้องพึ่งพากันตลอดเกม หากขาดตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งไป ระบบเกมรุกและเกมรับของทีมจะทำงานไม่สมบูรณ์ทันที
การเปลี่ยนเสิร์ฟและการนับคะแนนตามกติกาปัจจุบัน
กติกาเซปักตะกร้อฉบับใหม่ที่เริ่มใช้ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 กำหนดให้ทั้งสองทีมผลัดกันเสิร์ฟฝั่งละครั้ง ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้คะแนนหรือเสียคะแนนก็ตาม ผู้เล่นทุกตำแหน่งจึงต้องพร้อมสลับบทบาทระหว่างเกมรุกและเกมรับตลอดการแข่งขัน
การแข่งขันตัดสินด้วยระบบ 2 ใน 3 เซต เซตละ 15 คะแนน หากเสมอกันที่ 14-14 ต้องเล่นต่อจนทีมใดทีมหนึ่งทำได้ 17 คะแนนก่อนจึงจะชนะเซตนั้น และในเซตที่สามทั้งสองทีมจะสลับข้างสนามเมื่อทีมใดทำได้ 8 คะแนน รายละเอียดการนับแต้มเพิ่มเติมอ่านได้ที่บทความตะกร้อเล่นกี่แต้ม
ควรเลือกเล่นตำแหน่งไหนให้เหมาะกับตัวเอง
ผู้ที่เตะลูกได้แรงและควบคุมทิศทางได้แม่นยำเหมาะกับตำแหน่งเตกรอง ผู้ที่รับลูกนิ่งและอ่านเกมเก่งเหมาะกับตำแหน่งฟีดเดอร์ ส่วนผู้ที่กระโดดสูงและชื่นชอบเกมรุกเหมาะกับตำแหน่งสไตรเกอร์
อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นระดับสูงมักฝึกทักษะครบทุกตำแหน่ง เพราะกติกาปัจจุบันทำให้ทุกคนต้องสลับระหว่างการเสิร์ฟและการรับอยู่ตลอดเวลา การเข้าใจหน้าที่ของเพื่อนร่วมทีมทุกตำแหน่งจึงช่วยให้เล่นเป็นทีมได้ดีขึ้น
สรุป
ตำแหน่งผู้เล่นตะกร้อในการแข่งขันแบบเรกูมี 3 ตำแหน่ง คือ เตกรองผู้เสิร์ฟหลังวงกลม ฟีดเดอร์ผู้ส่งและเลี้ยงลูกหน้าตาข่าย และสไตรเกอร์ผู้โจมตีตัวจบสกอร์ แต่ละตำแหน่งใช้ทักษะต่างกันแต่ต้องประสานกันเป็นหนึ่งเดียวตลอดเกม ผู้เริ่มต้นควรเข้าใจหน้าที่ของทุกตำแหน่งก่อน แล้วจึงเลือกตำแหน่งที่เหมาะกับรูปร่างและจุดแข็งของตนเอง ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาฝีมืออย่างถูกทิศทาง





